ตะลึง! โรงแรมในหลุมลึก อาคารหรูหราใต้ดิน 17 ชั้น มีถึง 370 ห้องพัก

 เพจ China Xinhua News รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ มีรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างของ “โรงแรมในหลุมลึก” ในนครเซี่ยงไฮ้ เขตซงเจียง ซึ่งระบุว่าการก่อสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรมใต้ดินของอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้วแล้ว ส่วนผู้รับเหมาก็คาดว่าโรงแรมจะสร้างเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการในปลายปี 2017  ทั้งนี้ พื้นที่เดิมของโรงแรมแห่งนี้เป็นเหมืองหินเก่า หลังจากสร้างเสร็จแล้วจะมีห้องพักทั้งหมด 370 ห้อง โดยอาคารแบ่งเป็นบนพื้นดิน 2 ชั้น ลึกลงไปใต้ดิน 17 ชั้น และใต้น้ำอีก 2 ชั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ถนนเหลือเลนเดียว! เก๋ง-รถพ่วงพุ่งชนสนั่น เสียหลักตกข้างทาง ตายสยอง2ศพที่ลำปาง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ศูนย์วิทยุภูธร จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุรถชนบริเวณหน้าบ่อดินขาว บนถนนลำปาง-งาว เขตบ้านหวด ม.2 ต.บ้านหวด อ.งาว มีผู้เสียชีวิต จึงประสาน ร.ต.ท.ชัชวาลย์ ใจมา รอง สว.(สอบสวน) สภ.งาว ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน 3ฬ 8196 กรุงเทพมหานคร พุ่งตกลงในพงหญ้าข้างทาง บริเวณที่นั่งคนขับพบศพชายคนขับรถเสียชีวิตคาที่ติดคาอยู่ ส่วนเบาะข้างคนขับพบผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทั้งสองถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากรถนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ ร.ท.นิรุต มะโนคำ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 ม.17 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง และผู้บาดเจ็บคือ นางนัทนา บานงาม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเดียวกัน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุกพ่วงฮีโน ทะเบียนหัวพ่วง 70-1906 พะเยา พ่วงท้ายทะเบียน 70-1907 พะเยา คนขับรถรอให้การในที่เกิดเหตุ นายวิมล ค่ายช่าง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.1 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย คนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การว่า บรรทุกปูนซิเมนต์มุ่งหน้าไปทาง อ.งาว ส่วนรถเก๋งขับสวนทางมามุ่งหน้ามาทางตัวเมืองลำปาง ซึ่งถนนสายดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงเปิดให้รถต้องวิ่งสวนทางกันเลนเดียว ขณะเกิดเหตุมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถเสียหลักและพุ่งเข้าชนกันอย่างจัง

ด้าน ร.ต.ท.ชัชวาลย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวมีการก่อสร้างใหม่ ปิดถนนให้วิ่งเลนเดียว และยังไม่ได้ตีเส้นจราจร อีกทั้งขณะเกิดเหตุมีฝนตกทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดี เจ้าหน้าที่จะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวสะบ้าย้อย รวมตัวค้านสร้างโรงปูน หวั่นทำลายถ้ำตลอด โบราณสถานสำคัญ

ชาวบ้าน ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย รวมตัวคัดค้านสร้างโรงงานผลิตปูนขาว ใกล้วัดถ้ำตลอด หวั่นทำลายโบราณสถานสำคัญ กระทบสิ่งแวดล้อม โวยหน่วยงานออกใบประทานบัตรไม่ถามประชามติคนในพื้นที่…

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 59 ชาวบ้าน ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รวมตัวกันคัดค้านโรงงานผลิตปูนขาว หลังจากที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นขอประทานบัตรผลิตปูนเคมีขาวและสินแร่ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ต่ออุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดได้ออกใบประทานบัตร แจ้งปิดประกาศแบบเงียบๆ ณ ที่ทำการอำเภอสะบ้าย้อย ที่ทำการ อบต.เขาแดง ที่ทำการกำนัน มานานหลายเดือนแล้ว และเหลือเพียงอีก 20 วัน หากไม่มีคนคัดค้านก็จะประกาศอนุญาตดำเนินการ แต่เมื่อชาวบ้านเห็นประกาศดังกล่าว จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า เหตุใดหน่วยงานรัฐจึงออกใบประทานบัตรโดยที่ชาวบ้านไม่ได้รับทราบว่าจะมีการก่อสร้างเกิดขึ้น และหวั่นว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือต่อสุขภาพชีวิต

น.ส.ชาลี ขวัญพุฒิ และ นายจิรวัฒน์ นุ่นศรี ตัวแทนชาวบ้านเขาแดง กล่าวว่า จากการเสาะหาข้อมูลของชาวบ้าน พบว่าบริษัทดังกล่าวมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี มาก่อน และมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบด้าน จึงเบนเข็มมาทำอุตสาหกรรมปูนเคมีที่ จ.สงขลา ในเนื้อที่ 282 ไร่ พร้อมทั้งมีแผนที่ดำเนินการก่อสร้างโรงงานในเร็วๆ นี้ชาวบ้าน ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย รวมตัวค้านสร้างโรงปูน

ซึ่งจุดที่ตั้งของโรงงานอยู่ติดกับวัดถ้ำตลอด อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นถ้ำเก่าแก่ ภายในมีโบราณวัตถุมากมาย และเป็นโบราณสถานสำคัญ ที่ หลวงปู่ทวด เคยมานั่งวิปัสสนา ที่ทาง อบจ.สงขลา กำลังผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากมีความงามตามธรรมชาติสมบูรณ์แบบและสวยที่สุด มีน้ำพุร้อนแห่งเดียวใน จ.สงขลา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา และยังขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เป็นที่สักการะและเลื่อมใสศรัทธาของชาวใต้

ตัวแทนชาวบ้านเขาแดง กล่าวอีกว่า บริษัทต้องการระเบิดหินบางส่วนของถ้ำตลอด เพื่อนำแร่มาผลิตเป็นปูน เท่ากับเป็นการทำลายสิ่งที่ชาวบ้านหวงแหนมาหลายชั่วอายุคน เพราะที่ตั้งโรงงานอยู่ห่าง วัดถ้ำตลอด เพียง 300 เมตร ก่อนหน้านี้บริษัทได้นำชาวบ้านบางส่วนไปดูโรงงานที่ จ.สระบุรี หลังชาวบ้านกลับมาให้ข้อมูลกับคนในพื้นที่ว่าไม่มีผลกระทบ แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการ จึงพากันมารวมตัวกันยื่นหนังสือคัดค้านที่ ที่ทำการอำเภอสะบ้าย้อย ศูนย์ดำรงธรรม อุตสาหกรรมจังหวัด กรมศิลปากรที่ 13 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ พื้นที่บ้านเขาแดง ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 8,000 คน แบ่งออกเป็น 7 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้สมบูรณ์ และป่าต้นน้ำของแม่น้ำเทพา.

ที่มา>>>Thairath